Nexo ดอกเบี้ย คริปโต: คู่มือสมบูรณ์สำหรับผู้ใช้ไทย 2026

ถ้าคุณถือ USDT, BTC หรือ ETH อยู่และอยากให้เงินทำงานแทน — Nexo คือแพลตฟอร์มที่ให้คุณรับดอกเบี้ยคริปโตแบบอัตโนมัติทุกวัน โดยไม่ต้องเทรดหรือ lock เหรียญทิ้ง ผู้ใช้ไทยสามารถเปิดบัญชีและใช้ฟีเจอร์ Savings ได้ตามปกติ — ทั้งแบบ Flexible และ Fixed-term อย่างไรก็ตาม Nexo Card ยังไม่รองรับในประเทศไทย (ให้บริการเฉพาะ EEA และสหราชอาณาจักร) คู่มือนี้จะพาคุณเรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น KYC จนถึงรับดอกเบี้ยคริปโตครั้งแรก

หน้าจอแอป Nexo — Savings หลัก

Nexo คืออะไร และทำงานอย่างไร

Nexo เป็นแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลก่อตั้งในปี 2018 โดยมีสำนักงานใหญ่ในยุโรป ให้บริการหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การออมทรัพย์คริปโต (Savings) วงเงินสินเชื่อคริปโต (Crypto Credit Lines) และการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ปัจจุบัน Nexo บริหารสินทรัพย์มากกว่า 8 พันล้านดอลลาร์ และมีปริมาณธุรกรรมสะสมเกิน 403 พันล้านดอลลาร์ ให้บริการใน 199+ ประเทศทั่วโลก

รายละเอียดข้อมูล
ก่อตั้งปี2018
สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM)มากกว่า $8 พันล้าน
ปริมาณธุรกรรมสะสมมากกว่า $403 พันล้าน
จำนวนประเทศที่ให้บริการ199+ ประเทศ
ฟีเจอร์หลักสำหรับผู้ใช้ไทยFlexible Savings, Fixed-term Savings, Exchange, Credit Lines
Nexo Card ในไทยไม่รองรับ (EEA + UK เท่านั้น)
สกุลเงิน THBรองรับการซื้อคริปโตผ่านบัตร

จุดเด่นของ Nexo สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือ stablecoin หรือ crypto อยู่แล้ว คือคุณไม่ต้องขายเหรียญ — แค่ฝากไว้และรับดอกเบี้ยทุกวัน ในยุคที่ดอกเบี้ยธนาคารไทยยังอยู่ในระดับต่ำ การนำ USDT มาฝากบน Nexo เป็นทางเลือกที่ผู้ถือ stablecoin จำนวนมากให้ความสนใจ

หน้าจอ Nexo Earn — เลือกสินทรัพย์เพื่อรับดอกเบี้ย

วิธีรับดอกเบี้ยบน Nexo

Nexo มีฟีเจอร์ออมทรัพย์ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Flexible Savings และ Fixed-term Savings โดยอัตราดอกเบี้ยจะแสดงในแอปตามระดับ Loyalty Tier และภูมิภาคของคุณ — ไม่มีการแสดงตัวเลขแบบ one-size-fits-all บนเว็บไซต์สาธารณะ

Flexible Savings — ออมแบบไม่ล็อกเงิน

  • รับดอกเบี้ยทุกวัน (daily payouts)
  • ไม่มีการ lock-up — ถอนได้ทุกเมื่อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการฝาก
  • รองรับ USDT, USDC, BTC, ETH และสินทรัพย์อื่นๆ อีกมาก

Flexible Savings เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่อง ไม่แน่ใจว่าจะใช้เงินเมื่อไหร่ แต่ยังอยากให้เงินนิ่งทำงานอยู่ทุกวัน เพียงแค่ย้ายสินทรัพย์เข้า Savings ในแอป ดอกเบี้ยจะเริ่มสะสมโดยอัตโนมัติ

Nexo Flexible Savings — ตั้งค่าการออมรายวัน

Fixed-term Savings — ล็อกเงินรับผลตอบแทนสูงขึ้น

  • อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า Flexible Savings
  • ระยะเวลา lock-up สูงสุดถึง 12 เดือน
  • ยิ่งล็อกนาน ยิ่งได้อัตราดีขึ้น
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการสภาพคล่องในระยะสั้น

Fixed-term Savings เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีแผนการถือสินทรัพย์ระยะยาว เช่น ถือ BTC หรือ ETH ทิ้งไว้อยู่แล้ว แทนที่จะปล่อยให้นิ่งในกระเป๋า การเลือก Fixed-term จะช่วยให้ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าในช่วงเวลาที่กำหนด อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะแสดงในแอปหลังจาก login และเลือกสินทรัพย์

Nexo Fixed-term Savings — เลือกระยะเวลาล็อกเงิน

โปรแกรมความภักดี Nexo (Loyalty Program)

Nexo มีระบบ Loyalty Tier 4 ระดับ ซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ย สิทธิประโยชน์ต่างๆ และในกรณีของผู้ใช้ยุโรป จะรวมถึง cashback บัตรด้วย ระดับ Tier ขึ้นอยู่กับสัดส่วน NEXO Token ที่คุณถือเทียบกับพอร์ตรวมทั้งหมด

ระดับ Tierเงื่อนไข NEXO Tokenสิทธิประโยชน์หลัก
Baseไม่จำเป็นต้องถือ NEXOเข้าถึง Savings พื้นฐาน, อัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน
Silverถือ NEXO สัดส่วนตามที่แอปกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น, สิทธิ์เพิ่มเติม
Goldถือ NEXO สัดส่วนตามที่แอปกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีก, ปลดล็อกสิทธิ์พิเศษ
Platinum≥ 10% ของพอร์ตรวมในรูป NEXO Tokenอัตราดอกเบี้ยสูงสุด, สิทธิ์ครบทุกฟีเจอร์

ข้อสังเกตสำคัญ: เกณฑ์ % ของ NEXO Token สำหรับระดับ Silver และ Gold ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารสาธารณะ — ต้องตรวจสอบในแอปโดยตรง ส่วนระดับ Platinum ต้องถือ NEXO Token อย่างน้อย 10% ของมูลค่าพอร์ตรวมทั้งหมด ระดับ Tier จะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยที่คุณได้รับจาก Savings โดยตรง

Nexo Loyalty Program — ระดับ Tier และสิทธิประโยชน์

Nexo Card — ไม่รองรับในประเทศไทย

ผู้ใช้ไทยไม่สามารถสมัคร Nexo Card ได้ Nexo Card ให้บริการเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใน European Economic Area (EEA) และสหราชอาณาจักร (UK) เท่านั้น การสมัครต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนที่ออกโดยประเทศใน EEA หรือ UK ผู้ใช้จากประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย ไม่สามารถขอบัตรได้

อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มีบัตรไม่ได้กระทบต่อการใช้ฟีเจอร์ Savings ผู้ใช้ไทยยังสามารถ:

  • รับดอกเบี้ยจาก Flexible Savings และ Fixed-term Savings ได้ตามปกติ
  • ใช้ Nexo Exchange แลกเปลี่ยนสินทรัพย์
  • เปิดวงเงินสินเชื่อ Crypto Credit Lines
  • ซื้อคริปโตผ่านบัตรเครดิต/เดบิตหรือ Apple Pay / Google Pay ด้วย THB
Nexo — ภาพรวมฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ที่ไม่ใช่ EEA

วิธีสมัคร Nexo และผ่าน KYC

การสมัคร Nexo ใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่ผ่าน KYC ได้ภายในไม่กี่นาที ทำตามขั้นตอนด้านล่างได้เลย:

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลดแอปและสร้างบัญชี

ดาวน์โหลดแอป Nexo บน App Store หรือ Google Play จากนั้นกดสมัครบัญชีด้วยอีเมลและตั้งรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง แนะนำเปิด 2FA ทันทีหลังสมัครเสร็จ

Nexo KYC — ขั้นตอนที่ 1 สมัครบัญชี

ขั้นตอนที่ 2: เริ่มกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC)

หลังสมัครแล้ว ไปที่เมนู Profile หรือ Verification แล้วเริ่มกระบวนการ KYC เตรียมเอกสารดังนี้:

  • หนังสือเดินทาง (Passport) หรือ บัตรประชาชน ที่ยังไม่หมดอายุ
  • เอกสารแสดงที่อยู่ (ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ หรือสเตทเมนต์ธนาคาร ไม่เกิน 3 เดือน)
Nexo KYC — ขั้นตอนที่ 2 เลือกประเภทเอกสาร

ขั้นตอนที่ 3: ถ่ายรูปเอกสารและ Selfie

แอปจะขอให้ถ่ายรูปหน้าและหลังของเอกสาร จากนั้นถ่าย Selfie เพื่อยืนยันว่าเป็นตัวคุณเอง ทำตามคำแนะนำในแอปอย่างระมัดระวัง — ตรวจสอบว่าภาพชัดเจน ไม่มีแสงจ้าหรือเงา

Nexo KYC — ขั้นตอนที่ 3 ถ่ายรูปเอกสาร

ขั้นตอนที่ 4: รอผลการตรวจสอบ

หลังส่งเอกสารครบแล้ว ระบบจะตรวจสอบโดยอัตโนมัติ ส่วนใหญ่ได้รับการยืนยันภายใน 5–30 นาที ในบางกรณีอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง คุณจะได้รับอีเมลยืนยันเมื่อ KYC ผ่านแล้ว

Nexo KYC — ขั้นตอนที่ 4 รอการยืนยัน
Nexo KYC — ยืนยันตัวตนสำเร็จ

วิธีฝากเงินใน Nexo

หลัง KYC ผ่านแล้ว คุณสามารถเพิ่มสินทรัพย์เข้าบัญชีได้หลายช่องทาง

1. โอน Crypto เข้าโดยตรง

วิธีที่ตรงที่สุดคือโอน USDT, BTC, ETH หรือสินทรัพย์อื่นๆ จาก Wallet หรือ Exchange ที่คุณใช้อยู่เข้า Nexo โดยตรง ไปที่เมนู Top Up → เลือกสินทรัพย์ → คัดลอก Address แล้วโอนจากที่อื่น ไม่มีค่าธรรมเนียมจาก Nexo ฝั่งรับ (ค่า Gas ขึ้นอยู่กับ Blockchain ที่เลือก)

2. โอนเงินธนาคาร (SWIFT)

คุณสามารถโอนเงินสกุล USD, EUR หรือ GBP ผ่านระบบ SWIFT/SEPA/FPS เข้า Nexo เพื่อซื้อคริปโตในแอปได้โดยตรง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นจากเงินสด แต่โปรดตรวจสอบค่าธรรมเนียมการโอนจากธนาคารของคุณก่อน เนื่องจาก SWIFT จากไทยอาจมีค่าธรรมเนียมสูง

3. ซื้อคริปโตด้วยบัตรหรือ Mobile Payment

Nexo รองรับการซื้อคริปโตด้วยบัตรเครดิต/เดบิต Visa หรือ Mastercard รวมถึง Apple Pay และ Google Pay โดยรองรับสกุลเงิน THB โดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไทยสามารถซื้อ BTC, ETH หรือ USDT ด้วยเงินบาทได้ในไม่กี่คลิก แล้วย้ายเข้า Savings เพื่อเริ่มรับดอกเบี้ยทันที

Nexo — วิธีเพิ่มสินทรัพย์เข้าบัญชี

ความปลอดภัยและการกำกับดูแล

Nexo ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในระดับสถาบัน โดยได้รับการรับรองและใบอนุญาตจากองค์กรชั้นนำ ดังนี้:

ด้านความปลอดภัยรายละเอียด
การรักษาความปลอดภัยข้อมูลSOC 2 Type 2, SOC 3 Type 2 (3 ปีติดต่อกัน)
มาตรฐาน ISOISO/IEC 27001, ISO 27017, ISO 27018, STAR Level 1, CCSS Level 3
ผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodian)Ledger Vault และ Fireblocks (ระดับ Institutional)
ประกันภัยสินทรัพย์ประกันมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ (ตัวเลขแน่ชัดตรวจสอบได้ในแอป)
ใบอนุญาต199+ ประเทศ รวมถึง US, Australia, Hong Kong, Poland, Seychelles

สำหรับผู้ใช้ไทย: Nexo ไม่ได้จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของไทย การใช้งานแพลตฟอร์มอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใช้แต่ละคน ควรตรวจสอบกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการถือครองและรับดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยก่อนเริ่มใช้งาน นี่ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย

นอกจากนี้ ตามกฎหมายไทย กำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลอาจถูกหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% หรือคิดรวมกับรายได้อื่นตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อความถูกต้อง

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
รับดอกเบี้ยทุกวัน ไม่ต้องเทรดNexo Card ไม่รองรับในไทย
Flexible Savings ไม่ล็อกเงิน ถอนได้ทุกเมื่อไม่ได้จดทะเบียนกับ ก.ล.ต. ไทย
รองรับ THB สำหรับการซื้อคริปโตอัตราดอกเบี้ยไม่แสดงบนเว็บ ต้องตรวจสอบในแอป
ความปลอดภัยระดับ Institutional (SOC2, ISO27001)ดอกเบี้ยจาก Savings อาจต้องเสียภาษีในไทย
Fixed-term Savings ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น สูงสุด 12 เดือนFixed-term Savings มีการล็อกเงิน
บริหารสินทรัพย์มากกว่า $8B — ผ่านวิกฤตมาแล้วNEXO Token อาจมีความผันผวน
ไม่มีขั้นต่ำในการออมSWIFT จากไทยมีค่าธรรมเนียมสูง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คนไทยสมัคร Nexo ได้ไหม?

ได้ ผู้ใช้ไทยสามารถสมัครและใช้งาน Nexo ได้ รวมถึงฟีเจอร์ Flexible Savings, Fixed-term Savings, Exchange และ Crypto Credit Lines อย่างไรก็ตาม Nexo Card ไม่รองรับในประเทศไทย เนื่องจากให้บริการเฉพาะ EEA และ UK เท่านั้น

Nexo ดอกเบี้ย USDT เท่าไหร่?

อัตราดอกเบี้ย Nexo เป็นแบบ dynamic และขึ้นอยู่กับสินทรัพย์, ระดับ Loyalty Tier, ภูมิภาค และเงื่อนไขตลาด ตัวเลขแน่ชัดจะแสดงในแอปหลัง login เท่านั้น Nexo ไม่แสดงอัตราคงที่บนเว็บสาธารณะ แนะนำให้ login แล้วเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการเพื่อดูอัตราปัจจุบัน

Nexo Card ใช้ในไทยได้ไหม?

ไม่ได้ Nexo Card ให้บริการเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใน European Economic Area (EEA) และสหราชอาณาจักร (UK) เท่านั้น ผู้ใช้ไทยไม่สามารถสมัครหรือใช้ Nexo Card ได้ แต่ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Savings ทั้งหมดได้ตามปกติ

Flexible Savings vs Fixed-term Savings ต่างกันอย่างไร?

Flexible Savings รับดอกเบี้ยทุกวัน ไม่มี lock-up สามารถถอนได้ทุกเมื่อ เหมาะกับผู้ที่ต้องการสภาพคล่อง Fixed-term Savings ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า แต่ต้อง lock เงินไว้ตามระยะเวลาที่เลือก สูงสุดถึง 12 เดือน เหมาะกับผู้ที่แน่ใจว่าจะไม่ใช้เงินในระยะสั้น

ดอกเบี้ยจาก Nexo ต้องเสียภาษีในไทยไหม?

ตามกฎหมายไทยปัจจุบัน กำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงดอกเบี้ยที่ได้รับอาจอยู่ภายใต้การหัก ณ ที่จ่าย 15% หรือคิดรวมกับรายได้บุคคลธรรมดา ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือตรวจสอบกับกรมสรรพากรโดยตรง ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี

ฝากเงินบาท (THB) เข้า Nexo ได้ไหม?

คุณสามารถซื้อคริปโตด้วยสกุลเงิน THB ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต, Apple Pay หรือ Google Pay ในแอป Nexo ได้ แต่ไม่สามารถฝาก THB โดยตรงผ่านระบบธนาคาร (Bank Transfer รองรับเฉพาะ USD/EUR/GBP ผ่าน SWIFT/SEPA) หลังซื้อคริปโตด้วย THB แล้ว สามารถย้ายเข้า Savings เพื่อเริ่มรับดอกเบี้ยได้ทันที

สรุป: Nexo เหมาะกับผู้ใช้ไทยแบบไหน?

ถ้าคุณถือ USDT หรือ crypto อยู่แล้วและอยากให้เงินทำงานแทนทุกวัน — Nexo เป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมา Flexible Savings ไม่ล็อกเงิน ไม่มีขั้นต่ำ รับดอกเบี้ยทุกวัน ส่วน Fixed-term ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นสำหรับผู้ที่แน่ใจว่าจะถือระยะยาว สำหรับผู้ที่ยังใหม่กับ crypto สามารถซื้อด้วย THB ผ่านบัตรได้ทันทีในแอปเดียว

ข้อสำคัญที่ต้องจำ: Nexo Card ไม่รองรับในไทย และ Nexo ไม่ได้จดทะเบียนกับ ก.ล.ต. ไทย ควรตรวจสอบข้อกฎหมายท้องถิ่นและภาระภาษีของคุณเองก่อนเริ่มใช้งาน

สมัคร Bitget Wallet Card → หาบัตรของฉัน →