รีวิว Backpack Exchange【2026】: วิธีสมัคร ฝากเงิน ถอนเงิน ค่าธรรมเนียม ครบจบ
- Backpack Exchange คือกระดานเทรดคริปโตจากสิงคโปร์ ก่อตั้งปี 2022 โดย Armani Ferrante ผู้สร้าง Solana Anchor framework
- ค่าธรรมเนียม Spot: Maker 0.08% / Taker 0.10%, ฟิวเจอร์ส: Maker 0.02% / Taker 0.05%, คู่ USDT/USDC ฟรี 0%
- มีใบอนุญาต 2 ใบ: Dubai VARA (ต.ค. 2023) + EU MiFID II ผ่าน CySEC (ม.ค. 2025)
- โอนเงิน USD ผ่าน SWIFT เข้าออกฟรีจากฝั่ง Backpack, ผู้ใช้จริงรายงานเงินเข้าประมาณ 2 ชั่วโมง (ทางการระบุ 1-5 วันทำการ)
- เปิดให้บริการ 150+ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย รองรับ 500,000+ ผู้ใช้ที่ผ่าน KYC แล้ว
- ฝากขั้นต่ำ $100 USD ต้องโอนจากบัญชีธนาคารชื่อตัวเองเท่านั้น
สรุปสำคัญ
- Backpack Exchange is a Singapore-based crypto exchange with Dubai VARA and EU MiFID II licenses, featuring daily ZK Proof of Reserves verified by OtterSec
- Spot trading fees start at 0.08% Maker / 0.10% Taker — below Binance and Bybit; USDT/USDC swaps are completely free
- Direct USD SWIFT wire deposits and withdrawals with zero platform fees — real settlement typically around 2 hours
- Built by Armani Ferrante, creator of the Solana Anchor framework; acquired FTX Europe for $32.7M to obtain MiFID II license
Backpack Exchange คืออะไร?
Backpack Exchange คือกระดานเทรดคริปโตที่ก่อตั้งปี 2022 ในสิงคโปร์ รองรับทั้งการเทรด Spot, ฟิวเจอร์สแบบ Perpetual, กู้ยืม และมี Wallet หลายเชนในตัว
จุดต่างจากกระดานเทรดทั่วไปคือ Backpack ไม่ได้เริ่มจากการระดมทุนหรือการตลาด แต่เริ่มจากการสร้างเครื่องมือที่ใช้จริง ทีมพัฒนา Solana Anchor framework และ Backpack Wallet มาก่อน แล้วค่อยขยายมาเป็นกระดานเทรด นั่นคือเหตุผลที่นักพัฒนาในชุมชน Solana รู้จักและเชื่อถือทีมนี้
ตัวเลขที่น่าสนใจ:
- ปริมาณการเทรดสะสมประมาณ $400 พันล้าน USD
- ปริมาณการเทรดต่อวันมักเกิน $1 พันล้าน USD
- มีผู้ใช้ที่ผ่าน KYC แล้วกว่า 500,000 ราย
- รองรับ 150+ ประเทศ, 50+ เหรียญ
นับตั้งแต่ก่อตั้งปี 2022 จนถึงปัจจุบัน Backpack Exchange ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ถูกยืนยัน
Backpack Exchange ปลอดภัยไหม?
คำถามนี้สำคัญที่สุด และตอบได้จาก 3 หลักฐานที่จับต้องได้
ใบอนุญาต Dubai VARA
เดือนตุลาคม 2023 Backpack ได้รับใบอนุญาต VASP (Virtual Asset Service Provider) จาก Dubai VARA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของดูไบ การขอใบอนุญาตนี้ไม่ใช่แค่จ่ายเงินแล้วได้มา ต้องผ่านการตรวจสอบด้านเงินทุน ระบบป้องกันการฟอกเงิน (AML) และมาตรฐานการดำเนินงานหลายอย่าง VARA ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลคริปโตที่เข้มงวดและครอบคลุมที่สุดในโลกตอนนี้
ใบอนุญาต EU MiFID II (จากการซื้อกิจการ FTX Europe)
เดือนมกราคม 2025 Backpack ซื้อกิจการ FTX Europe ในราคา $32.7 ล้าน USD ซึ่งรวมถึงใบอนุญาต MiFID II ที่ออกโดย CySEC (Cyprus Securities and Exchange Commission) ทำให้ Backpack สามารถให้บริการคริปโตและฟิวเจอร์สแบบถูกกฎหมายในสหภาพยุโรป
MiFID II ไม่ใช่แค่ใบอนุญาตทำธุรกิจ แต่กำหนดให้ต้องแยกเก็บทรัพย์สินของลูกค้า มีภาระผูกพันในการรายงานแบบโปร่งใส และมีระบบป้องกันการบิดเบือนตลาด สำหรับผู้ใช้ไทย นี่หมายความว่าเงินของคุณถูกดูแลภายใต้มาตรฐานที่ธนาคารหลายแห่งยังทำไม่ได้ในด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
หลักฐานสำรอง ZK รายวัน (ตรวจสอบโดย OtterSec)
ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 Backpack เปิดเผยหลักฐานสำรอง (PoRv2) ทุกวัน โดยใช้เทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof แบบ Plonky2 พูดง่ายๆ คือทุกคนสามารถตรวจสอบได้ว่าทรัพย์สินของ Backpack เพียงพอต่อการคืนให้ผู้ใช้ทุกคน โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลบัญชีส่วนตัว
การตรวจสอบอิสระทำโดย OtterSec บริษัทตรวจสอบความปลอดภัยชั้นนำในระบบนิเวศ Solana เครื่องมือตรวจสอบแบบ Open Source อยู่ที่ github.com/otter-sec/por_v2
นอกจากนี้ Backpack ยังมี:
- การตรวจสอบยอดคงเหลือภายในทุก 10 นาที
- เก็บทรัพย์สินผู้ใช้ส่วนใหญ่ใน Cold Wallet
- รองรับการเชื่อมต่อ Hardware Wallet โดยตรง
- รองรับการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ผ่านแอป Authenticator
ผู้ก่อตั้งคือใคร?
CEO ของ Backpack คือ Armani Ferrante ซึ่งเป็นผู้สร้าง Solana Anchor framework — ชุดเครื่องมือพัฒนา Smart Contract มาตรฐานบน Solana โปรโตคอล DeFi ส่วนใหญ่บน Solana สร้างขึ้นด้วย Anchor
เดือนพฤศจิกายน 2022 เมื่อ FTX ล้มละลาย Backpack เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ บริษัทสูญเสียเงิน $14.5 ล้าน USD คิดเป็น 88% ของทุนดำเนินงานในขณะนั้น
แทนที่จะปิดตัว Armani เลือกสร้างต่อ เดือนเมษายน 2023 เปิดตัวคอลเลกชัน NFT Mad Lads บน Solana ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งใน NFT ที่มีมูลค่าสูงสุดบนเชนนี้ รายได้จาก NFT ช่วยให้บริษัทผ่านช่วงวิกฤต และในเดือนพฤศจิกายน 2023 Backpack Exchange เปิดตัว Beta อย่างเป็นทางการ
เรื่องนี้สะท้อนอะไรบางอย่าง: นี่ไม่ใช่โปรเจกต์ที่โผล่มาในตลาดขาขึ้นแล้วหายไปเมื่อราคาลง
เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม Backpack vs Binance vs Bybit
ค่าธรรมเนียม Spot
| กระดานเทรด | Maker | Taker |
|---|---|---|
| Backpack | 0.08% | 0.10% |
| Binance | 0.10% | 0.10% |
| Bybit | 0.10% | 0.10% |
| ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม | 0.15% | 0.194% |
Backpack มีค่าธรรมเนียม Maker 0.08% ต่ำกว่าทั้ง Binance และ Bybit สำหรับคนที่ตั้ง Limit Order บ่อยๆ นี่คือข้อได้เปรียบที่เป็นรูปธรรม คู่ USDT/USDC แลกกันฟรี 0% ซึ่งมีประโยชน์ถ้าสลับ Stablecoin บ่อย
ค่าธรรมเนียมฟิวเจอร์ส
| กระดานเทรด | Maker | Taker |
|---|---|---|
| Backpack | 0.02% | 0.05% |
| Binance | 0.02% | 0.05% |
| Bybit | 0.02% | 0.055% |
ค่าธรรมเนียมฟิวเจอร์สของสามกระดานใกล้เคียงกัน Backpack ต่ำกว่า Bybit เล็กน้อยในฝั่ง Taker
ค่าธรรมเนียมฝาก/ถอนเงิน Fiat
| รายการ | Backpack | Binance | Bybit |
|---|---|---|---|
| โอน USD SWIFT เข้า | 0% | ต้องผ่านตัวกลาง | ต้องผ่านตัวกลาง |
| โอน USD SWIFT ออก | 0% | ต้องผ่านตัวกลาง | ต้องผ่านตัวกลาง |
| ฝากด้วยบัตรเดบิต/เครดิต | รองรับ | 1.8-2% | 2% |
นี่คือจุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดของ Backpack สำหรับผู้ใช้ไทยที่ต้องการโอน USD ระหว่างประเทศ Binance และ Bybit ไม่รองรับ SWIFT USD โดยตรง — ต้องผ่านตัวกลาง แต่ Backpack รองรับโดยตรงและไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากฝั่งกระดานเทรด
ค่าถอน USDT ผ่านเครือข่าย Solana แค่ 0.6 USDT — ถูกกว่าผ่าน Ethereum (5 USDT) มาก นี่คือข้อได้เปรียบตามธรรมชาติของกระดานที่สร้างบน Solana
ค่าธรรมเนียมถอนคริปโต
ค่าถอนอัปเดตทุก 12 ชั่วโมงตามสภาพเครือข่าย
วิธีสมัครและยืนยันตัวตน KYC
กระบวนการสมัครและ KYC ทำออนไลน์ได้ทั้งหมด ไม่ต้องไปที่ไหน
ขั้นตอนที่ 1: เข้าเว็บหรือดาวน์โหลดแอป
เข้าไปที่ backpack.exchange แล้วกด “Sign Up” หรือดาวน์โหลดแอปมือถือจาก App Store หรือ Google Play
ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลพื้นฐาน
ใส่อีเมล
ตั้งรหัสผ่าน (แนะนำให้ใช้ Password Manager สร้างรหัสผ่านแบบสุ่มที่ยาวพอ)
ยืนยันผ่าน OTP ที่ส่งไปอีเมล
ขั้นตอนที่ 3: เปิดใช้งาน 2FA
เข้าตั้งค่าบัญชี เปิดใช้ 2FA ผ่านแอป Google Authenticator หรือ Authy ทำขั้นตอนนี้ก่อนฝากเงินทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 4: ส่งเอกสาร KYC
เข้าหน้า “การยืนยัน” เลือกประเทศไทย แล้วอัปโหลดหนึ่งในนี้:
พาสปอร์ต (แนะนำ KYC เร็วที่สุด)
บัตรประชาชน (สองด้าน)
ระบบสแกนอัตโนมัติ ส่วนใหญ่เสร็จภายในไม่กี่นาที บางกรณีใช้เวลา 1-2 วันทำการ
ขั้นตอนที่ 5: ยืนยันใบหน้า (Selfie)
ถ่ายเซลฟี่ตามที่หน้าจอบอก นี่คือขั้นตอนสุดท้ายของ KYC หลังจาก KYC ผ่านแล้ว บัญชีสามารถใช้งานฝากและถอนได้เต็มรูปแบบ
วิธีฝากเงิน USD เข้า Backpack ผ่าน SWIFT (รีวิวจากประสบการณ์จริง)
ส่วนนี้แทบไม่มีบทความใดเขียนถึง ส่วนใหญ่จะพูดแต่เรื่องถอนเงิน แต่ไม่บอกวิธีเติมเงินเข้า
ก่อนอื่น เงื่อนไขที่ต้องรู้:
รองรับเฉพาะ USD ผ่าน SWIFT
ต้องโอนจากบัญชีธนาคารที่ชื่อตรงกับ KYC เท่านั้น ไม่รับโอนจากบุคคลที่สาม
ฝากขั้นต่ำ $100 USD
ธนาคารไทยอาจเก็บค่าธรรมเนียม SWIFT (ประมาณ $15-$30 USD แล้วแต่ธนาคาร) แต่ฝั่ง Backpack ไม่เก็บเพิ่ม
สำหรับผู้ใช้ไทย ธนาคารที่รองรับการโอนเงินตราต่างประเทศ USD ผ่าน SWIFT:
ธนาคารกสิกรไทย (KBank) — ทำออนไลน์ผ่าน K PLUS ได้
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) — เครือข่ายกว้าง มีบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) — มีบริการโอนเงินต่างประเทศผ่านแอป SCB Easy
ธนาคารกรุงศรี (BAY) — รองรับโอน SWIFT
ขั้นตอนที่ 1: รับข้อมูลบัญชีรับเงินของ Backpack
เข้าสู่ระบบ Backpack → กดไอคอนบัญชีมุมขวาบน → เลือก “ฝากเงิน” → สลับไปแท็บ “Wire โอนเงิน”
หน้านี้จะแสดงข้อมูลบัญชี USD เฉพาะของคุณ:
Beneficiary Name
Account Number
Routing Number (ACH)
SWIFT/BIC Code
Bank Name / Address
Reference Number (สำคัญมาก ดูคำอธิบายด้านล่าง)
Reference Number คือรหัสระบุตัวตนบัญชีของคุณ ทุกครั้งที่โอนต้องใส่รหัสนี้ในช่อง “หมายเหตุ/วัตถุประสงค์” ถ้าลืมใส่ ระบบจับคู่อัตโนมัติไม่ได้ ต้องรอตรวจสอบด้วยมือ ซึ่งใช้เวลานานขึ้นขั้นตอนที่ 2: โอนเงินจากธนาคารไทย
เข้า Internet Banking หรือไปที่ธนาคาร เลือก “โอนเงินต่างประเทศ / SWIFT” แล้วกรอกข้อมูลที่ได้จาก Backpack
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ:
จำนวนเงินขั้นต่ำ $100 USD
ชื่อผู้รับเงิน (Beneficiary Name) ต้องตรงกับชื่อ KYC บน Backpack
Reference Number ใส่ในช่องหมายเหตุ/วัตถุประสงค์การโอน
ขั้นตอนที่ 3: รอเงินเข้า
ทางการระบุ 1-5 วันทำการ แต่จากประสบการณ์ผู้ใช้จริง เงินมักเข้าภายใน 2 ชั่วโมง แน่นอนว่าเวลาอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับธนาคารและปริมาณธุรกรรมในวันนั้น แต่โดยรวมเร็วกว่าบริการที่คล้ายกันมาก
เมื่อเงินเข้า Backpack จะส่งอีเมลแจ้ง และยอดในบัญชีอัปเดตทันที
ประสบการณ์จริง: ค่าโอนฝั่ง Backpack ฟรี และเงินเข้าเร็วกว่าที่คาด ประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าคุณต้องการนำ USD เข้ากระดานเทรด ช่องทางนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกับการผ่าน P2P หรือตัวกลาง ทั้งความปลอดภัยและต้นทุนดีกว่า
วิธีถอนเงิน USD จาก Backpack กลับมาธนาคารไทย
กระบวนการถอนเงินเป็นทิศทางตรงข้าม โอน USD จาก Backpack กลับไปบัญชีธนาคารของคุณ
ขั้นตอนที่ 1: เข้าหน้าถอนเงิน
เข้าสู่ระบบ Backpack → ไอคอนบัญชี → เลือก “Withdraw” → แท็บ “Wire โอนเงิน”
ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลธนาคารไทยของคุณ
คราวนี้คุณกรอกข้อมูลธนาคารไทยของตัวเอง:
- Bank Name (ชื่อธนาคาร)
- Account Holder Name (ต้องตรงกับชื่อ KYC)
- Account Number
- SWIFT/BIC Code ของธนาคาร
- Bank Address
SWIFT Code ธนาคารไทยที่ใช้บ่อย:
- ธนาคารกสิกรไทย:
KASITHBK - ธนาคารกรุงเทพ:
BKKBTHBK - ธนาคารไทยพาณิชย์:
SICOTHBK - ธนาคารกรุงศรี:
AYUDTHBK
ขั้นตอนที่ 3: ยืนยันและส่งคำสั่งถอน
ตรวจสอบจำนวนเงิน (Backpack ไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากฝั่งกระดานเทรด) ยืนยันผ่าน 2FA แล้วส่งคำสั่ง ตามรายงานผู้ใช้ ระยะเวลาถอนมักประมาณ 2-3 ชั่วโมง แม้ทางการระบุ 1-5 วันทำการ
สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบกระดานเทรดอื่น ดูได้ที่คู่มือ สมัครและฝากเงิน Binance ซึ่งเป็นกระดานใหญ่ที่สุดในโลกที่มีหลายช่องทางฝากเงิน
Backpack Exchange เทียบกับ Bitkub และ Satang
เมื่อพูดถึงกระดานเทรดคริปโตสำหรับคนไทย มักจะนึกถึง Bitkub และ Satang ก่อน มาดูว่า Backpack ต่างกันอย่างไร
Backpack vs Bitkub
Bitkub คือกระดานเทรดไทย รองรับการฝากด้วยบาท (THB) ผ่านการโอนธนาคารในประเทศ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการใช้เงินบาท แต่ค่าธรรมเนียมสูงกว่า (Taker 0.25%) และเหรียญให้เลือกมีน้อยกว่า
Backpack เป็น CEX ระดับนานาชาติ ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า รองรับฟิวเจอร์ส มีใบอนุญาตสากล และโอน USD ตรงได้เลยโดยไม่ผ่านตัวกลาง
Backpack vs Satang
Satang ให้บริการตลาดในไทย รองรับเงินบาท แต่เหรียญและฟีเจอร์มีจำกัด ไม่มีฟิวเจอร์ส และไม่มีใบอนุญาตระดับสากลเทียบเท่า Backpack
สรุปสั้นๆ: ถ้าแค่ซื้อขายด้วยเงินบาทในประเทศ Bitkub หรือ Satang ก็ใช้ได้ แต่ถ้าต้องการเทรดในปริมาณมาก ต้องการฟิวเจอร์ส หรือต้องโอน USD ระหว่างประเทศด้วยต้นทุนต่ำ Backpack มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน
ฟีเจอร์อื่นๆ ของ Backpack
ฟิวเจอร์สแบบ Perpetual
รองรับการเทรดด้วย Use สินทรัพย์หลักอย่าง BTC, ETH, SOL ตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 Backpack EU เปิดตัวสำหรับผู้ใช้ EU ซึ่งสามารถเทรดฟิวเจอร์สภายใต้การกำกับดูแลของ MiFID II ค่าธรรมเนียม Maker/Taker 0.02% / 0.05% เท่ากับ Binance Futures
Grid Bot (เทรดอัตโนมัติ)
เปิดตัวมกราคม 2026 Grid Bot ช่วยตั้งกลยุทธ์ซื้อต่ำขายสูงอัตโนมัติในช่วงราคาที่กำหนด เหมาะกับตลาดที่วิ่งในกรอบ ไม่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา
หุ้นสหรัฐที่ถูก Tokenize
ตั้งแต่ตุลาคม 2025 Backpack ร่วมกับ Superstate เปิดให้ถือและเทรดสินทรัพย์ที่ผูกกับหุ้นสหรัฐ ฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในระยะแรก และความพร้อมใช้งานขึ้นอยู่กับภูมิภาค
โปรแกรมสะสมคะแนน (Points)
Backpack มีระบบสะสมคะแนนตั้งแต่ปี 2024 คะแนนสะสมจากการเทรด Spot ฟิวเจอร์ส และการแนะนำผู้ใช้ใหม่ ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการแลกคะแนนเป็นโทเค็น แต่นี่เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยในระบบนิเวศ Solana เพื่อเตรียมสำหรับ Airdrop ที่อาจเกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Backpack Exchange หลอกลวงไหม? ปลอดภัยไหม?
Backpack ถือใบอนุญาต VARA ของดูไบและ MiFID II ของ EU เปิดเผยหลักฐานสำรอง ZK ทุกวันที่ OtterSec ตรวจสอบ และยังไม่มีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยนับตั้งแต่ก่อตั้งปี 2022 ไม่มีอะไรรับประกันความเสี่ยงศูนย์ได้ แต่นี่ถือเป็นกระดานที่โปร่งใสกว่าค่าเฉลี่ยในตลาด
Backpack Exchange ต้องทำ KYC ไหม?
ต้อง ต้องทำ KYC ครบถ้วน (เอกสารพิสูจน์ตัวตน + ยืนยันใบหน้า) จึงจะใช้งานฝากและถอนได้
คนไทยใช้ Backpack ได้ไหม?
ได้ Backpack รองรับ 150+ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ผู้ใช้ไทยสามารถใช้งาน Spot ฟิวเจอร์ส ฝากและถอนเงินได้ครบ
ฝากขั้นต่ำเท่าไหร่?
โอน USD SWIFT ขั้นต่ำ $100 USD การฝากด้วยบัตรเดบิต/เครดิตขึ้นอยู่กับขั้นต่ำของพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการ
Reference Number ในการโอนคืออะไร?
คือรหัสเฉพาะของบัญชีคุณบน Backpack เวลาโอน SWIFT เข้ากระดาน ต้องใส่รหัสนี้ในช่องหมายเหตุ/วัตถุประสงค์ ถ้าลืมใส่ ระบบจับคู่อัตโนมัติไม่ได้และต้องใช้เวลานานขึ้น
Backpack ต่างจาก Binance อย่างไร?
Binance ใหญ่กว่ามากทั้งขนาดและจำนวนเหรียญ Backpack ต่างในแง่: รวมระบบนิเวศ Solana ลึกกว่า, รองรับ SWIFT USD โดยตรงโดยไม่ผ่านตัวกลาง, หลักฐานสำรอง ZK รายวัน, และใบอนุญาต MiFID II EU สำหรับผู้ที่ต้องการโอน USD ระหว่างประเทศหรือสนใจ Solana Backpack คือตัวเลือกเสริมที่ดี
Airdrop ของ Backpack ยังมีอยู่ไหม?
โปรแกรมสะสมคะแนนยังดำเนินอยู่ Backpack ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการออกโทเค็น การสะสมคะแนนตอนนี้คือโอกาสที่เป็นไปได้ แต่ไม่มีอะไรรับประกัน
ถ้าใส่ Reference Number ผิดหรือลืมใส่ ทำอย่างไร?
ติดต่อทีม Support ของ Backpack ทันทีผ่าน support.backpack.exchange พร้อมแนบหลักฐานการโอน การแก้ไขอาจใช้เวลาหลายวันทำการ ดังนั้นตรวจสอบให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนโอน
สรุป: Backpack เหมาะกับใคร?
Backpack ไม่ได้มีไว้แทน Binance หรือ OKX แต่มีจุดแข็งเฉพาะตัวที่ทำให้เป็นตัวเลือกเสริมที่ดี
ควรใช้ Backpack ถ้า:
- ต้องการโอน USD ระหว่างประเทศผ่าน SWIFT: ฝั่งกระดานฟรี เงินเข้าจริงประมาณ 2 ชั่วโมง
- ลงทุนหรือเทรดในระบบนิเวศ Solana: กระดานและ Wallet รวมกัน ค่าถอน SOL ต่ำ
- ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและกฎระเบียบ: หลักฐานสำรอง ZK รายวัน + Dubai VARA + EU MiFID II
- ต้องการสะสมคะแนน: โปรแกรมยังดำเนินอยู่ Airdrop เป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ไม่เหมาะถ้า:
- ต้องการเหรียญ Altcoin หายากจำนวนมาก (Backpack มีแค่ 50+ เหรียญ)
- ต้องการฝากถอนด้วยเงินบาท (Backpack ไม่รองรับ THB)
สำหรับผู้ใช้ไทยที่ต้องการโอน USD ระหว่างประเทศหรือเทรดในระบบนิเวศ Solana Backpack มีข้อได้เปรียบจริงๆ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระดานเทรดอื่นๆ:
- วิธีสมัครและฝากเงิน Binance — กระดานใหญ่สุดในโลก ครบทุกช่องทางฝากเงิน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง มูลค่าสินทรัพย์อาจผันผวนอย่างมาก และคุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วน ก่อนใช้บริการกระดานเทรดใดๆ โปรดประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเอง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับกฎหมายในประเทศของคุณ